ทำอะไรที่มันเกินตัว เหนื่อยไปมั้ยชั้น?

สวยมั้ย? ทายดิ๊ ว่าที่ไหน?
ก . เกาหลีเหนือ
ข . เกาหลีใต้
รูปนี้ชั้นถ่ายเองนะเนี่ย ไม่เชื่อถามคู่เกย์ได้! 5 55
ตอนนั้นเป็นวันอาทิตย์ เวลาก็คงประมาณทุ่มสองทุ่มล่ะมั้ง? จำไม่ได้:)
ชั้นป่วยอีกแล้วอ่ะ! คราวนี้เป็นไซนัสอักเสบ :(
ดีนะที่ถูกส่งเข้าโรงพยาบาลทัน ขืนปล่อยไว้นานคง .. ต้องผ่าตัดอีก
เข้า-ออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่นเลยไง เหมือนมันเป็นบ้านหลังที่สามรองมาจากโรงเรียน 55 เป็นงั้นไป? ก็นะ ไม่รักษาสุขภาพเอง ผลที่ได้ก้เป็นแบบนี้แหละ! ขนาดป่วยยังโดนมายแฟมิลี่ด่าใส่เป็นชุดเลย ก็รู้ว่าห่วง แต่ค่อยด่าหลังจากหายดีแล้วไม่ได้หรอคะ? เป็นงี้ ไม่มีกำลังใจดูแลตัวเองเลยไง:(
เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย? ดูแลตัวเองกันหน่อยนะ อย่าให้เหมือนชั้น:)

เรา .. มาคุยกันดีกว่า
เผอิญว่าไม่มีอะไรทำอย่างรุนแรง~
วันที่10 พฤศจิกา รึเปล่า? ที่ดงบังมาถ่ายโฆษณา?
เออ นั่นแหละ! วันนั้นชั้นไปตามมาอีกตามเคย
ก็นะ เรื่องแบบนี้ คงเป็นกิจกรรมยามว่างสำหรับชั้นไปแล้วล่ะมั้ง:)
คือแบบ เพิ่งรู้ตอนวันศุกร์ แล้วตัดสินใจไปตามตอนเช้าของวันเสาร์
คิดดู! ไม่รู้อะไรเลยว่ามันจะเดินทางไปไหนบ้าง แต่ก็ยังจะไป!!
แล้วแบบ ตัดสินใจได้ตอนนั้น ของก็ยังไม่ได้เตรียม รีบวิ่งออกมาจากบ้าน ลืมของไว้เยอะโคดอ่ะ แต่ถ้าจะให้วิ่งกลับไป มันก็เสียเวลา จริงมั้ย?

ออกจากบ้านตั้งแต่ 10 โมงเช้า แถมยังโดดเรียนพิเศษอีก แย่เนอะ:(
เอาจริงแบบโคดจะไม่คุ้มไงในตอนเช้า แดดก้ร้อน แล้วตอนบ่ายชั้นดันนัดกับเพื่อนไปดูหนัง ตามไปถึงสะพานพระราม๘ พอประมาณเที่ยงกว่าๆก็รีบกลับไปดูหนัง ไม่ได้ๆหรอก เรื่องดูหนังก็สำคัญเช่นกัน:)
และแล้วชั้นก็เตร็ดเตร่อยู่ที่สยามจนถึง 6 โมงกว่าๆ เพราะต้องรอเพื่อนที่จะไปด้วยกัน และชั้นจะกลับไปโรงแรมอีกครั้งนึง เพราะมั่นใจว่าต้องได้เจอแน่ๆ มีคีย์การ์ดของโรงแรมก็เงี้ย เจอแน่นอน!!
แต่อุปสรรคก็มาขัดขวางอีกจนได้ เมื่อบีทีเอสสายสีลมดันขัดข้อง เห้อ ออ เลยต้องนั่งแท็กซี่ไปซะงั้น! แต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยการจราจรบนท้องถนนก็ไม่ได้แย่ไปซักเท่าไหร่นักหรอก และชั้นก้ถึงโรงแรมอย่างปลอดภัย เย่ส!

ข้อดีของการที่คุณจองห้องพักที่อยู่ตึกเดียวกันกับศิลปิน มีดังนี้
1. คุณสามารถเข้าออกภายในตัวโรงแรมได้เพียงโชว์คีย์การ์ด
2. หากคุณรู้ชั้นที่ศิลปินคนโปรดพัก คุณก็สามารถขึ้นไปยังชั้นนั้นๆได้
3. คุณสามารถยืนรอศิลปินลงมานอกเขตที่กั้นไว้ให้แฟนคลับธรรมดาทั่วไป แต่กรณีนี้คุณต้องลงมาก่อนศิลปินจะลงมาประมาณ 1 นาที
4. ถ้าคุณโชคดีพอ การที่จะได้ใกล้ชิดกับศิลปินคนโปรดไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เมื่อคุณเป็นแขกของที่นั่น และมีความกล้า หน้าด้าน และหน้าทนมากพอนะคะ:)
คำเตือน!!
1. หากคุณเป็นผู้ที่มาพักของโรงแรมดังกล่าวแล้ว กรุณาเชิดเข้าไว้ เพราะไอ้รปภ.อ้วนๆ หัวล้านๆ จะคอยจับตามองคุณเสมอ เพราะคิดว่าคุณไม่ใช่แขกของที่นี่ ดังนั้น หากจะไปไหนมาไหน กรุณาถือคีย์การ์ดของคุณไว้ตลอดเวลา หยิ่งให้มากที่สุด หากไอ้บ้านั่นพูดจาไม่ดีกับคุณ ด่าออกไปเลยค่ะ!:)
2. เมื่อรู้ชั้นที่ศิลปินพักแล้ว ถ้าจะขึ้นไป กรุณาเอาสิ่งที่คิดว่าจะทำให้เกิดเสียงออกจากตัวคุณให้หมด ตั้งโทรศัพท์ให้เป็นระบบสั่น หรือถ้าจะให้ดี ปิดไปเลยก็ได้
3. ระวังจะเจอกับเมเนเจอร์สุดหล่อนะคะ ถึงแม้ว่าท่านเค้าจะหน้าตาดีมากก แต่ก้ที่รู้ๆกันกับนิสัยของคนเกาหลี คุณอาจจะโดนไล่ออกมาด้วยภาษาอังกฤษที่ไม่ตรงกับความหมายที่เค้าต้องการสื่อออกมา
4. ถ้าจะฝากของให้ละก็ การ์ดหน้าห้องเค้าฝากมาบอกว่า ต้องสิ่งของเล็กๆเท่านั้น อย่างเช่น จดหมายค่ะ

อ่ะต่อๆ พอ ชั้นมาถึงก็รีบขึ้นลิฟต์ไปเลย มีคนบอกว่าดงบังพักชั้น 16 โอเคๆ ชั้นก็รีบขึ้นไป
ปรากฎว่า มันเงียบเชียบมากเลยค่ะ
มันผิดชั้นน่ะสิคะ เพราะปกติถ้าใช่ ทั้งชั้นจะมีแต่เสียงเอะอะของคนเกาหลีและมีการ์ดนั่งเฝ้าหน้าห้องอยู่ค่ะ
ไม่เป็นไรๆ เลยลงไปชั้น14 เพราะครั้งนี้อาจจะพักชั้นเดียวกับเอสเจอีกก็ได้ แต่ผลที่ได้ก็คือ เงียบเหมือนเดิม ให้ตายสิ! ชั้นเลยลงไปยังห้องที่จองเอาไว้ แต่ดันลืมเบอร์ห้องซะนี่! 5 55 เครียด!
ถ้าเป็นแบบนั้นมันจะเสียเวลา กดลิฟต์เพื่อลงมายังชั้นล่างทันทีเลย และแล้ว เมื่อลิฟต์เปิดออก สิ่งที่เห็นก็คือ รปภ. การ์ด และไอ้คนใส่ชุดดำทั้งหลาย มองเข้ามาแปลกๆ ชั้นก็งงสิ! อะไรหรอ?
เมื่อก้าวออกมาจากลิฟท์เท่านั้นแหละ ตกใจค่ะ! แฟนคลับเยอะมากกอ่ะ ยืนเบียดกันอยู่ข้างหลังเชือกเส้นสีแดงที่กั้นเอาไว้ไม่ให้ลำเข้ามา ตอนนั้นชั้นงงมากๆ หัวสมองว่างเปล่า เดินออกมาอย่างเบลอๆ แต่ก็พอได้ยินพวกชุดสีดำเค้าบอกพวกชั้นประมาณว่า
"รีบเดินลงไปนะครับ.."
เสียงนั้นมันลอยเข้ามาแล้วก็ผ่านหูชั้นออกไป ชั้นยังคงเดินเอื่อยๆ เพื่อหาทางที่จะยืนรอดงบัง แต่ให้ตาย มันไม่มีที่ว่างส่วนไหนที่จะทำให้ชั้นแทรงลงไปได้เล๊ ยย จนพนักงานคนนึงเค้าชี้ให้ชั้นลงไป
แต่คิดเหรอ ..ว่าคนอย่างชั้นจะลงไปจริงๆ? ฝันไปเถอะ ชั้นเลยเดินไปอยู่หน้าเชือกสีแดง ซึ่งตรงนั้นชั้นสามารถเป็นอิสระจากกันถูกเบียดและ จากเชือกสีแดง
และเพียงแค่ 1นาทีหลังจากนั้นเท่านั้นเทพเจ้าทั้ง5ก็เดินลงมาค่ะ กรี๊ดดดดด!
ไม่ได้ร้องออกมาหรอก เพียงแค่ยิ้มอย่างดีใจเท่านั้นเอง ฮะฮ่า~
ปาร์คยูชอน เดินผ่านหน้าชั้นไปพร้อมกับโบกมือให้
ชิมชางมิน เดินไปอย่างรวดเร็ว
ชองยุนโฮ ก้าวขายาวๆตามไป หน้างี้ บึ้งซะ!
ส่วน .. คิมแจจุงน่ะหรอ?
ในขณะนั้น การ์ดคนนึงคงเห็นว่าชั้นไม่ได้อยู่ในเชือกสีแดง เลยเดินมากั้นชั้นไว้โดยเฉพาะ แล้วคือไม่ได้กั้นไว้แบบธรรมดา จะกอดชั้นแล้วมั้งนั่น รอบข้างเงียบมากกว่าที่เคยเป็น แต่ก็ยังคงได้ยินเสียงคนรอบตัวตะโกนเรียกชื่อบ้างเป็นระยะ แต่ไหงไม่มีใครเรียกชื่อ คิมแจจุงเลยล่ะ? และชั้นก็ไม่ได้รู้เลย ว่าเค้าห้ามตะโกนเสียงดังในบริเวณนั้น และข้อดีข้างต้นที่ได้บอกไปแล้ว คุณต้องลืมอิมเมจของคุณให้หมด และไม่ต้องแคร์สายตาของใครๆที่จะมองมา หน้าด้านเข้าไว้ แล้วการตามศิลปินของคุณจะไม่ผิดหวัง:)
และ ชั้นก็ตะโกนไปเต็มๆเลยว่า "แจจุง!!"
และ คุณรู้มั้ยคะ ว่าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น?
ก. โดนพี่ชุดดำที่จะกอดชั้นลากออกไปข้างนอก
ข. โดนผู้หญิงที่ชั้นยืนบังอยู่ข้างหลังนั้นด่าขึ้นมา
5 55 คำตอบมันไม่มีอยู่ในนี้หรอก จริงๆแล้ว สิ้นเสียงชั้น คิมแจจุงยิ้มค่ะ แจจุงยิ้ม:))
ทุกสิ่งรอบกายในวันๆนี้ดูช่างสวยงาม~~ 5 55
"ห้ามใช้เสียงครับ.." นั่นคือเสียงที่คนที่กอดชั้นอยู่พูดขึ้นมา แต่ใครจะไปสนใจล่ะ

ตอนนั้น สมองไผ่ว่างเปล่าไปหมด ไม่มีความคิดที่จะทำอะไรต่อไปในตอนนั้น ไผ่ทำได้เพียงแค่มองนายเดินผ่านหน้าไป จนเห็นแต่หลังของนายที่กำลังจะก้าวขึ้นรถ
แม้ตอนนั้นการ์ดคนนั้นเค้าจะไม่ได้กันไผ่เอาไว้แล้วก้ตาม แต่สมองของไผ่ตอนนั้นก็ไม่ได้สั่งให้วิ่งตามไป เหมือนนายตรึงชั้นให้อยู่กับที่ ทำให้ชั้นก้าวเดินไปไม่ได้ซักพัก และรู้มั้ยว่าตอนนั้นชั้นก็ยังไม่รู้อยู่ดีนั่นแหละว่า นายยิ้มให้ชั้น
และเมื่อชั้นเรียบเรียงอะไรหลายๆอย่างได้ ก็เข้าใจค่ะ 5 55 ชั้นนี่สมองปลาทองจริงๆ
แจจุง ครั้งสุดท้ายที่ชั้นเจอนายที่เมืองไทยคือที่ร้านอาหารในคืนวันนั้น ชั้นไม่ได้จองโต๊ะเอาไว้ เพราะไม่รู้ว่านายจะไปทานข้าวที่นั่น เลยต้องมามองนายตรงท่าเรือที่จะจมแหล่ไม่จมแหล่เนี่ยนะ
และความหน้าด้านของชั้นก็เข้าสิงอีกแล้ว เมื่อชั้นกับเพื่อนเดินเข้าไปในร้านอาหาร และเดินเข้าไปนั่งยังโต๊ะที่ใกล้กับนายมากที่สุด ถึงแม้จะเห็นแค่ด้านข้างกับด้านหลังก็ตามที แต่ใครบอกว่าที่ตรงนั้นว่าง มันมีคนนั่งอยู่แล้วน่ะสิ! แต่ต้องขอบคุณเค้ามากเลยที่ให้ชั้นมาได้นั่งมองนายตั้งนานแหน่ะ:)
ท่าทางจะหิวนะ ก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียวเลย
ดื่มไวน์ด้วย เป็นห่วงนะ นั่นมันเพิ่งจะ2ทุ่มกว่าๆเอง
ชั้นหันไปคุยกับเจ้าของโต๊ะแป๊บเดียว นายก็หายไปจากที่นั่นซะแล้ว ปรากฎว่า นายไปคุยกับทีมงานนี่เอง
นั่งอยู่นานเลยจนพนักงานที่เห็นแก่เงินนั่นมาไล่ออกไป ชั้นเลยต้องออกไป ตอนแรกกะจะรอแล้วไปส่งที่สนามบิน แต่ มาคิดอีกที ใกล้แค่นี้ก็เกินพอแล้วมั้ง ดีไม่ดีไปที่สนามบินอาจไม่ได้เห็นใกล้ถึงขนาดนี้ก้ได้
ชั้นเลยตัดสินใจกลับเป็นเวลาประมาณ3ทุ่ม
แค่นั้นก็พอแล้วมั้ง แค่นายยิ้มให้ก็พอแล้วมั้ง
รู้ รู้ว่าหลังจากวันนั้นไปนายก็คงจะลืมคนที่ตะโกนเรียกชื่อนายท่ามกลางความเงียบ แต่ไม่เป็นไร เดือนหน้า ชั้นจะตะโกนเรียกนายใหม่นะ เมื่อถึงตอนนั้นนายต้องจำเอาไว้ แล้วต้องเอาของขวัญที่ชั้นตั้งใจทำมาให้ ต้องใช้มันนะ ถึงสีนี้นายจะไม่ค่อยโอกับมัน แต่รู้มั้ย? ชั้นเลือกมันตั้งนาน เพราะไม่รู้ว่านายชอบแบบนั้น รู้ว่าชอบสีดำ แต่สีแบบนั้นมีเยอะแล้วไม่ใช่หรอ? :))
ชั้นตั้งใจนะ! ชั้นทำมาครั้งแรกด้วย! แม่เห็นแล้วยังอึ้งเลย:)

ที่สถานีสามย่าน คืนนั้นชั้นต้องบอกแท๊กซี่ให้มาส่งที่สถานีที่ใกล้ที่สุด เพื่อจะได้กลับบ้าน

บีทีเอสสยาม นั่งรอเพื่อนจนเค้าประกาศว่ามันขัดข้อง:(

รู้มั้ย? ว่ามันคือที่ไหน? พารากอนไง! สวยดีเนอะ;)

อาทิตย์หลังจากนั้น เป็นงานออดิชั่น กลุ่มที่ชนะจะได้ meet & greet กับดงบังชินกิ

หน้าเวทีใหญ่!
ไม่เป็นไรๆ เนอะ ไว้ครั้งหน้า:)
ไร้สาระมากเลยกับวันนี้ 55
บางทีนะ ชั้นก็รู้สึกแย่กับพ่อแม่ ที่ขอในสิ่งที่อยากได้ แต่กลับไม่ได้
แต่พอมานั่งคิดดูแล้ว ไอ้สิ่งที่ชั้นอยากได้แล้วท่านจะไม่ให้ มันก้แค่ส่วนน้อย 1 ใน 10เท่านั้น
ชั้นรู้ว่าท่านมีเหตุผลของท่านที่จะไม่ให้:)
แต่ในเรื่องที่ไร้สาระ อย่างเช่นเรื่องพวกนี้ พ่อแม่ชั้นกลับอนุญาตอย่างไม่อยากจะเชื่อ
จริงๆแล้วชั้นก็พร้อมในทุกๆอย่างๆนะ ได้ในทุกอย่างๆที่อยากได้ ยิ่งเรื่องพวกนี้ด้วยแล้ว
ท่านยอมออกตังค์ให้กับเรื่องไร้สาระนั่น :))
เมื่อเป็นอย่างนี้ มาคิดๆดูกับสิ่งที่เคยน้อยใจ มันเป็นความรู้สึกที่งี่เง่าเนอะ?
อย่างน้อยชั้นก็ยังโชคดีกับคนกลุ่มอื่นๆมาก ที่ได้ถึงขนาดนี้:)))
เพราะงั้น พวกคุณที่โดนกักไม่ให้ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ก็จงสู้ต่อไป!
อธิบายในสิ่งที่คุณต้องการ แสดงให้ท่านเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ไร้สาระ
มันเป็นกิจกรรมที่พักสมอง และได้ออกกำลังกาย
บอกความประสงค์ของคุณและอธิบายให้ท่านเข้าใจ .. ชัยชนะอยู่แค่เอื้อมเท่านั้น!!
"แล้วคุณจะโชคดีเหมือนชั้นค่ะ.."
ฉันเหมือนต้นไม้ที่ขาดน้ำไร้ก้านใบ
แต่เธอเหมือนดอกไม้ที่สดใสทุกยาม
ฉันเหมือนก้อนดินที่ด่างพร้อยและต้อยต่ำ
แต่เธอเหมือนเมฆงามที่อยู่สูงเกินคว้า
กับคนไม่สำคัญ เธอสำคัญกว่าฟ้า กว่าใครบนโลกนี้
เธอเป็นดังสายฝนของคนอ่อนไหว
เธอเป็นลมหายใจที่ฉันต้องมี (ฉันต้องมี)
เป็นที่สุดสิ่งดีๆ ที่เจอ พอใจแค่ได้รักๆ เธอเท่านั้น
เราไม่ต้องรักกันแต่ฉันต้องรักเธอ
รู้ตัวเสมอ หัวใจที่ซ่อนเร้น เต้นได้อยู่ก็เพราะเธอ
หลงเหลือกี่วันนับจากนี้ไม่เป็นไร
ก็จะรักจะใช้ให้หมดทุกนาที
พรุ่งนี้ต้องเป็นวันสุดท้ายก็ยินดี
แค่วันนี้พบเธอมันก็คุ้มนักหนา
เพราะเนอะ เพลงนี้:)))

บ้าเนอะ ป่วยแล้วชอบมีอารมณ์มานั่งอัพได ประสาท~!!!